เมื่อจระเข้ไทยดังไกลถึงเมืองจีน 

เมื่อจระเข้ไทยดังไกลถึงเมืองจีน 

 

“เมื่อจระเข้ไทยดังไกลถึงเมืองจีน” โอกาสที่ยังเปิดกว้างสำหรับตลาดจระเข้ไทยในจีน และเที่ยวฟาร์มจระเข้สายพันธุ์ไทยในเมืองเซี่ยเหมิน

หากจะกล่าวว่าปรากฏการณ์ “คนไทยเห่อหมีแพนด้า” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถือเป็นการเสียดุลความนิยมของคนไทยให้กับสัตว์อันมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์จากประเทศจีนก็คงจะไม่ผิดนัก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเนื่องจากหมีแพนด้านั้นมีความน่ารักและเป็นสัตว์ที่หาดูได้ยาก มีถิ่นกำเนิดอยู่แต่เพียงในประเทศจีนเท่านั้น แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า คนจีนเองก็นิยมชมชอบสัตว์จากประเทศไทยอยู่ไม่น้อยเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลานที่มีความดุร้ายและน่ากลัวอย่าง “จระเข้”

คนจีนกับจระเข้

คนจีนมีความรู้และความเชื่อในเรื่องการใช้ประโยชน์จากจระเข้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยและพบว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคนานาชนิดตามศาสตร์ของแพทย์แผนจีน เช่น เนื้อจระเข้ผสมกับยาสมุนไพรจีนให้สรรพคุณในการรักษาโรคหอบหืด ไขมันจระเข้นำไปทำน้ำมันทาถูรักษาแผลฟกช้ำและแผลสด เลือดจระเข้ช่วยเสริมธาตุเหล็กและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นต้น นอกจากนี้เนื้อจระเข้ยังถือเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนสูง มีไขมันต่ำและมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด เรียกได้ว่ามีประโยชน์ตั้งแต่หัวจรดหาง ทำให้ในปัจจุบันคนจีนจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้นิยมบริโภคเนื้อจระเข้ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเนื้อตุ๋นบรรจุกระป๋องพร้อมทาน เนื้อแห้งสำหรับนำไปต้มซุป หรือเนื้อสดแช่แข็งสำหรับนำไปประกอบอาหาร โดยช่องทางการจำหน่ายเนื้อจระเข้มีตั้งแต่ในตลาดสด ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงร้านอาหารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีคนจีนจำนวนไม่น้อยที่นิยมสินค้าทำจากหนังจระเข้ไม่ว่าจะเป็นเข็มขัด รองเท้า หรือกระเป๋าด้วย

ข้อมูลของตลาดเนื้อจระเข้ทั่วโลกในปัจจุบันระบุว่ากว่าร้อยละ 80 เป็นการจำหน่ายอยู่ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และฮ่องกง โดยในจีนแผ่นดินใหญ่มีตลาดสำคัญอยู่ที่เมืองใหญ่ในมณฑลกวางตุ้งได้แก่ กว่างโจวและเซินเจิ้น ซึ่งร้อยละ 60 เป็นเนื้อจระเข้ที่ผลิตเองในประเทศ ส่วนอีกร้อยละ 40 เป็นการนำเข้าจากไทย อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และออสเตรเลีย โดยมีประเทศไทยเป็นตลาดนำเข้ารายใหญ่ที่สุดมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 45 ของการนำเข้าทั้งหมด

จระเข้ไทยในตลาดจีน

อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงจระเข้ของไทยได้รับการพัฒนามาเป็นเวลานานจนเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงในระดับโลกทั้งด้านของปริมาณและคุณภาพ โดยจีนมีการนำเข้าจระเข้จากไทยในหลายรูปแบบทั้งจระเข้มีชีวิต เนื้อจระเข้ และผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในรายชื่อของกรมประมงและได้รับการรับรองจากทางการจีนให้สามารถส่งออกจระเข้ไปยังประเทศจีนได้แบ่งเป็นฟาร์มจระเข้ 22แห่ง โรงงานชำแหละและแปรรูป 4 แห่ง และผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์จากจระเข้อีก 6 ราย นอกจากนี้ฟาร์มจระเข้ยังถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของบรรดาทัวร์นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนอีกด้วย

กรณีศึกษา ฟาร์มจระเข้เซี่ยเหมินหนานชุ่น(厦门南顺鳄鱼园)

ช่วงที่ผ่านมา BIC เซี่ยเหมินได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมฟาร์มจระเข้เซี่ยเหมินหนานซุ่นซึ่งตั้งอยู่ที่เขตจี๋เหม่ยของเมืองเซี่ยเหมินในมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 โดยปีนี้ถือเป็นการครบรอบปีที่ 15 ของการก่อตั้ง ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้มีจระเข้หลากหลายสายพันธุ์ทั้งจากไทย แอฟริกา อเมริกาใต้ทั้งหมดกว่า 3,000 ตัว โดยมีจระเข้ขนาดตั้งแต่ประมาณ 30 ซม. ไปจนถึงตัวใหญ่ที่สุดที่มีความยาวถึง 6 ม. และหนักกว่า1.5 ตัน

จากการสอบถามข้อมูลจากคุณ(陈少宏) ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทฟาร์มจระเข้เซี่ยเหมินหนานซุ่น จำกัด ทำให้ได้ทราบว่าจระเข้ทั้งหมดในฟาร์มแห่งนี้ล้วนเป็นจระข้ที่นำเข้ามาจากฟาร์มจระเข้สมุทรปราการของไทย โดยคุณเฉินกล่าวว่าเขาได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับจระเข้กับไทยมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยเริ่มแรกเป็นลักษณะของการนำเจ้าจระเข้เข้ามาจำหน่ายในประเทศจีนก่อนจะมาเปิดเป็นฟาร์มจระเข้ในภายหลัง ซึ่งปัจจุบันที่ฟาร์มจระเข้เซี่ยเหมินหนานซุ่นนอกจากจะมีจะเข้ให้ชมแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์จากจระเข้อีกมากมายหลายอย่างให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็น สินค้าจากหนังจระเข้ จระเข้สตาฟ ของเล่นของที่ระลึกต่างๆ เนื้อจระเข้กระป๋อง เนื้อจระเข้แช่แข็ง ครีมและน้ำมันทาถูจากไขมันจระเข้ รวมถึงมีร้านอาหารที่มีเมนูจากเนื้อจระเข้ให้เลือกชิมด้วยเฉิน เส้าหง

นอกจากนี้ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้ของฟาร์มจระเข้เซี่ยเหมินหนานซุ่นก็คือ การแสดงโชว์จระเข้ที่ได้นักแสดงจากประเทศไทย 2 คนมาแสดงประจำอยู่ปีละ 6 เดือน ส่วนอีก 6 เดือนนั้นเนื่องอากาศหนาว ทำให้จระเข้ไม่สามารถทำการแสดงได้ ซึ่งการแสดงดังกล่าวเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างมาก โดยในหน้าร้อนที่ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมฟาร์มจระเข้แห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 200 – 300 คนต่อวันหรือบางวันมากถึงหลักพันเลยก็มี


โดย : ยุทธพงศ์ เอกปฐมศักดิ์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองเซี่ยเหมิน

Cr. http://www.thaibizchina.com/

Line id @kwanthai

เพิ่มเพื่อน